การล้างและเคลือบผิวกระจกให้ลื่น และไล่น้ำไม่ให้เกาะ

Last updated: 24 Jun 2024  |  31 Views  | 

การล้างและเคลือบผิวกระจกให้ลื่น และไล่น้ำไม่ให้เกาะ

การเคลือบกระจก ขั้นตอนแรกต้องล้างกระจกให้สะอาดเสียก่อน แต่เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ Slick Glass 2 in 1 Detailer นี้ ไม่ต้องทำความสะอาดแต่อย่างใด เพราะผลิตภัณฑ์เป็นน้ำยาล้างกระจกในตัว

วิธีทำ  1. สเปรย์น้ำยาลงบนผิวกระจก ไม่ต้องให้เปียกโชก

2. ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์แห้งหรือหมาดเช็ดให้ทั่ว เน้นให้ทั่วทุกตารางนิ้ว

กลับผ้าเป็นครั้งคราว 

3.  เช็ดจนทั่วบริเวณที่คิดว่าครบถ้วนตามที่เราแบ่งพื้นที่ในการสเปรย์น้ำยา

4.  เมื่อเช็ดจนทั่วแล้ว ปล่อยให้แห้งสัก 5 นาที จึงเริ่มสเปรย์น้ำยาชุดใหม่ลงบนผิวกระจกเดิมที่สเปรย์ครั้งแรกไปแล้ว

5.  ใช้ผ้าหมาดหรือผ้าที่เคยใช้เช็ดครั้งแรกมาเช็ดใหม่ เน้นให้ทั่วถึงกระจกทุกตะรางนิ้วที่เตรียมไว้ จนแน่ใจว่าทั่วและแห้งหมาดแล้ว

6.  ทิ้งไว้อีก 5 นาที แล้วใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์แห้งผืนใหม่เช็ดอีกครั้ง กลับผ้าเป็นครั้งคราวจนแน่ใจว่าทั่วถึง 

7. ทิ้งเอาไว้สัก 10 นาทีหรือ ครึ่ง ชม. เพื่อให้แห้งสนิท

8.  แค่นี้ก็ถือว่าใช้ได้ 

การทดสอบการไล่น้ำของผิวกระจก

1.  ง่ายๆคือใช้น้ำรดไปบนกระจก จะเห็นว่าน้ำที่ถูกกระจก จะรวมตัวกันเป็นหยดน้ำขนาดใหญ่ แล้วไหลออกจากกระจกอย่างรวดเร็ว ไม่เกาะติดบนกระจก

2.  หากเทียบกับกระจกที่ไม่ได้เคลือบ น้ำจะไม่รวมตัวกัน แต่ไหลเป็นแผ่นอยู่บนกระจก บดบังสายตาของผู้ขับขี่ เทียบกับถ้าเคลือบ น้ำไหลออกไปเร็วก็จะทำให้การมองเห็นภายนอกชัดเจนขึ้น

3.  อนึ่ง หากเมื่อเคลือบกระจกด้วยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแล้ว และผู้ขับขี่มองผ่านกระจกออกมา กรณีที่เราขับรถมีความเร็วระดับหนึ่ง และมีลมจากภายนอกมาปะทะกระจก ลมที่ปะทะจะหอบเอาเม็ดน้ำบนกระจก ปลิวออกจากกระจกอย่างสังเกตุเห็นได้ชัด

4.  ดังนั้นผลการเคลือบกระจก ไล่น้ำ จึงช่วยให้การขับรถขณะฝนตก จะปลอดภัยขึ้น เพราะการมองเห็นบนถนนชัดเจนขึ้น ทำให้เราไม่ต้องเครียดในการพยายามมองถนนดังกล่าว

Powered by MakeWebEasy.com
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy  and  Cookies Policy